Clip of the day

แบบสำรวจ

คุณคิดว่าใครเป็นศัตรูตัวร้ายของคนเสื้อแดงมากกว่ากัน
 

PTT Oil Price

Welcome to the Frontpage
บทบรรณาธิการ ไทยเรดนิวส์ ฉบับ 36 PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Tuesday, 09 February 2010 04:08
จะสร้างระบอบประชาธิปไตยไทยอย่างไร (6) (อำนาจการปกครองจากการเลือกตั้ง) โดย ดร.วิบูลย์ แช่มชื่น ระบอบหมายถึงอำนาจ ระบอบการปกครอง หมายถึงอำนาจการปกครอง ระบอบเผด็จการหมายถึงอำนาจการปกครองเป็นของคนส่วนน้อย ระบอบประชาธิปไตยหมายถึงอำนาจการปกครองเป็นของปวงชน คนส่วนใหญ่ในสังคมนั้น ภายใต้ความหมาย ระบอบประชาธิปไตยคืออำนาจการปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน นั้น มีความจำเป็นที่การสร้างประชาธิปไตยไทย จะต้องเริ่มต้นจากการทำให้อำนาจการปกครองเป็นของประชาชนก่อน ไม่ใช่การเริ่มต้นจากการมีรัฐธรรมนูญก่อน หรือการใช้กฎหมายสร้างประชาธิปไตย เพราะจะไม่สามารถทำได้ ในอดีตจนปัจจุบันสังคมไทย หลงผิดคิดว่า การสร้างประชาธิปไตยไทย จะต้องใช้กฎหมายหรือใช้รัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือ แท้จริงแล้วรัฐธรรมนูญและกฎหมายนั้น เป็นเพียงเครื่องมือในการรักษาระบอบของผู้มีอำนาจ ที่เขียนกฎหมายหรือเขียนรัฐธรรมนูญเท่านั้น ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๗ พระราชทานอำนาจการปกครองของพระองค์ที่มีมาแต่เดิมนั้น ให้แก่ประชาชน ให้คณะราษฎร ไม่ได้ให้แก่คนหนึ่งคนใด หรือคณะหนึ่งคณะใด แต่ข้อผิดพลาดของคณะราษฎรคือการไม่สามารถรักษาอำนาจการปกครองไว้ให้เป็นของราษฎรได้ อำนาจการปกครองได้ถูกแย่งไปโดยกลุ่มอำมาตย์ โดยคนกลุ่มน้อยเหล่านั้นได้ใช้รัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือครองอำนาจ ได้ทำบ้านเมืองเสียหาย จนทำให้พระองค์ท่านทรงเสียพระทัย ถึงต้องทรงสละราชสมบัติในที่สุด ประเทศสยาม แม้เปลี่ยนชื่อเป็นประเทศไทยต่อมา ต้องอยู่ภายใต้การปกครองในระบอบเผด็จการอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาตั้งแต่บัดนั้น โดยการใช้รัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือ ด้วยการหลอกให้สังคมเชื่อว่าประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นระบอบการปกครองที่ใช้กฎหมายและรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือของคนกลุ่มน้อยตลอดมา อำนาจการปกครอง ยังไม่เคยได้เป็นของคนส่วนใหญ่อย่างแท้จริง สิทธิเสรีภาพบริบูรณ์ยังไม่เคยเป็นของประชาราษฎร แต่ผู้ปกครองมีสิทธิเสรีภาพมากเสมอ ความเสมอภาคในทางกฎหมาย ในทางการเมือง และในโอกาสของคนส่วนใหญ่ก็ยังไม่เคยเกิด ยังไม่เคยมีความเท่าเทียม ตามหลักการปกครองแบบประชาธิปไตยเลย ตรงกันข้าม คนชั้นสูงในสังคมจะทำอะไรก็ได้ ยึดภูเขาก็ได้ไม่ผิด มีสิทธิทางการเมืองมากกว่า มีโอกาสในการหาความสุขมากกว่า เขาจะมีมากกว่าประชาชนในทุกเรื่อง อีกทั้งหลักนิติธรรม หลักกฎหมาย หลักความยุติธรรมสากล ก็ยังไม่มีการนำมาปฏิบัติในสังคมไทย เราใช้กฎหมายโดยการพิสูจน์ความหมายของตัวอักษร มากกว่ามองเจตนาและผลของการกระทำ ไม่ค่อยคิดถึงความจริงและความเป็นธรรมมากนัก การรับรองให้ภรรยาทำนิติกรรมก็ผิดกฎหมายได้ ให้ติดคุก ๒ ปี โดยไม่รอการลงโทษ ทำกับข้าวออกทีวีก็หลุดจากตำแหน่งนายกได้ เป็นต้น โดยเฉพาะปัญหาในวันนี้ กฎหมายและรัฐธรรมนูญไทย ก็ร่างและประกาศใช้ โดยคนกลุ่มน้อยทั้งสิ้น การบังคับใช้กฎหมายก็เพียงใช้เป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจให้ตัวเองปกครองได้ มากกว่าที่จะให้เป็นเครื่องมือเพื่อรักษาความเป็นธรรมในสังคม คนไทยส่วนใหญ่ยังหลงผิดคิดว่า การปฏิบัติตามกฎหมายของเผด็จการเป็นสัญญลักษณ์ของการเป็นประชาธิปไตย ความจริงไม่ใช่เลย ถ้ากฎหมายเป็นเผด็จการ คนก็ถูกบังคับให้ปฏิบัติตามกฎของเผด็จการ แต่ไม่มีทางที่อำนาจเผด็จการ จะเขียนกฎหมายเพื่อคนอื่น “ชนชั้นใดเขียนกฎหมายก็ต้องเขียนไว้เพื่อชนชั้นนั้น” เป็นกฎที่เกิดขึ้นในโลก ดังนั้นระบอบหรืออำนาจต้องมาก่อนกฎหมาย กฎหมายไม่ได้สร้างอำนาจ แต่อำนาจคือผู้สร้างกฎหมาย กฎหมายไม่ดีสามารถใช้อำนาจเปลี่ยนได้ อำนาจอธิปไตยของปวงชนเท่านั้นจึงจะสร้างรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยของประชาชนได้ กฎหมายหรือรัฐธรรมนูญของเผด็จการจะไม่มีทางสร้างประชาธิปไตยได้เลย การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ จึงไม่ได้มีความหมายใดๆต่อการสร้างประชาธิปไตย จึงขอให้นักการเมืองไทย รวมทั้งนักสู้เพื่อประชาธิปไตย อย่าได้หลงทางไปเป็นเครื่องมือของเผด็จการอำมาตยาธิปไตยอีกเลย โปรดได้ตื่นจากภวังค์และความไม่รู้เสียที วันนี้เราต้องช่วยกันสร้างประชาธิปไตยให้ได้ สังคมไทยจึงจะไปรอด ปัจจัยสุดท้ายที่ถือว่า มีความสำคัญมากต่อการสร้างประชาธิปไตย คือเรื่องของการทำให้ อำนาจการปกครองเป็นของประชาชนหรือจะต้องเป็นที่ยอมรับของประชาชน นี่คือหลักการที่รัฐบาลต้องมาจากการเลือกตั้ง (Elected Government) อำนาจปกครองที่จะต้อยอมรับได้โดยประชาชนนั้น หมายรวมถึงทั้ง ๓ อำนาจ คือ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ ปัญหาของระบอบประชาธิปไตยไทยดังกล่าวมาในตอนต้น ล้วนมีสาเหตุมาจากการที่อำนาจอธิปไตยไม่ได้เป็นของปวงชนทั้งสิ้น ดังนั้นหลักการทำให้อำนาจการปกครอง เป็นที่ยอมรับ จึงต้องใช้หลักการลงคะแนนเสียง ที่เรียกว่าประชาธิปไตยทางตรง Direct Democracy เช่น การทำประชามติ (Referendum) หรือใช้ประชาธิปไตยทางผู้แทน Representative Democracy แทน เพื่อมาทำหน้าที่แทนปวงชน คือหลักผู้ปกครองมาจากการเลือกตั้ง (Elected Government) เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน แต่มีข้อแม้สำคัญคือ ขอให้เป็นผู้แทนในการตรากฎหมายเพื่อปวงชน ไม่ใช่สำหรับคนกลุ่มใดคณะใด ให้รัฐบาลต้องบริหารเพื่อประชาชน ให้เป็นศาลที่ให้ความยุติธรรมต่อประชาชนอย่างแท้จริง เท่านั้น ปัญหาของไทยที่ผ่านมา มีการทำผิดหลักการปกครอง เช่นให้มีองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ โดยให้สามารถใช้อำนาจการปกครองที่เป็นอิสระ จากฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร หรือตุลาการได้ ซึ่งถือเป็นหลักการปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ได้ฉกฉวยเอาอำนาจอธิปไตย ที่มาจากปวงชน ไปทำให้อำนาจปกครองเป็นของคนส่วนน้อย หากอำนาจใดเป็นอิสระจากอำนาจอธิปไตยของปวงชน ถือว่าผิดหลักการประชาธิปไตยทั้งสิ้น จึงจะต้องทำให้สิ้นสุด หรือยกเลิกไป และที่ยังเป็นปัญหาสำคัญของไทย คืออำนาจตุลาการ ยังไม่ได้มีการยึดโยงกับอำนาจอธิปไตยของปวงชนเลย การแต่งตั้งประธานศาลใดๆ ก็ไม่ต้องผ่านความเห็นชอบของผู้แทนประชาชน ไม่ว่าในสภาสูงหรือสภาล่าง การพิจารณาพิพากคดีของศาล ก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ แม้แต่โดยรัฐสภา ว่าเป็นไปตามหลักนิติธรรมหรือหลักกฎหมายหรือไม่ เมื่อศาลคือผู้ตรวจสอบผู้อื่น โดยหลักการปกครองก็จะต้องมีการตรวจสอบผู้ตรวจสอบได้ด้วย ว่าได้ใช้อำนาจชอบธรรมหรือไม่ เช่นกรณีที่ให้อดีตนายกทักษิณ มีความผิดเพียงเพราะการรับรองให้ภรรยาทำนิติกรรม ในคดีที่ไม่มีผู้เสียหาย ต้องโทษจำคุกถึง ๒ ปี โดยไม่รอลงอาญา ด้วยมติ ๕ ต่อ ๔ นั้น น่าจะตรวจสอบได้ว่า ประธานแห่งคดี และคณะผู้พิพากษาทั้ง ๙ คน ที่พิจารณาได้ดำเนินการตาม ประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๔ หรือไม่ ที่ต้องให้ผู้พิพากษาประชุม ลงมติทีละคน ประธานลงมติหลังสุด เมื่อคะแนนเท่ากัน กฎหมายบังคับให้ประธานลงมติโดยต้องให้เป็นประโยชน์กับจำเลยด้วย กรณีนี้ ศาลไทยได้ทำผิดอะไรไว้ มีใครตรวจสอบได้หรือไม่? การใช้อำนาจตุลาการวันนี้ มีความเป็นอิสระจากอิทธิพลภายนอกจริงหรือไม่ ศาลในระบอบประชาธิปไตยต้องสามารถตรวจสอบได้ หรือในอนาคตอาจจะต้องใช้ระบบลูกขุนแทน จึงจะเป็นประชาธิปไตยได้...
 
ไทยเรดนิวส์ชี้แจงการถูกรัฐบาลอำมาตย์แจ้งจับ PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Thursday, 21 January 2010 12:05

ไทยเรดนิวส์ชี้แจงการถูกรัฐบาลอำมาตย์แจ้งจับ

เรียน ท่านสมาชิกและท่านผู้อ่านไทยเรดนิวส์ที่เคารพ

สมาชิกและท่านผู้อ่านหลายท่าน ได้อ่านข่าวในสื่อต่างๆ  ทั้งสื่อเอกชนและสื่อของรัฐแล้ว ได้โทรมาถามด้วยความกังวล ว่า “วิวาทะ ฉบับ ไทยเรดนิวส์” เปิดมาได้ยังไม่ถึงปี จะถูกปิดเสียแล้วหรือ  คงยังหรอกครับ ขอทุกท่านกรุณาทำความเข้าใจ กรองเนื้อข่าวตามสีสื่อด้วย ถ้าเป็นหนังสือพิมพ์ของอำมาตย์ เขาจะพยายามให้ร้ายด้วยถ้อยคำ ที่ว่าเราเป็นหนังสือพิมพ์ “หางแดง” บ้าง “ไข่แม้ว” บ้าง  ซึ่งเรานิ่งและเห็นเป็นคำของ “ทาสที่ปล่อยไม่ไป”   ที่พยายามใส่ไคล้ใส่ความเราเท่านั้น จึงขอให้ท่านได้วิเคราะห์ด้วย

ที่สำคัญวันนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดกับเรา ขอทุกท่านไม่ต้องกลัว ที่จะร่วมกันสู้เพื่อประชาธิปไตยต่อไป  โดยไม่ต้องกลัวอะไร และขอท่านร่วมทำใจกับพวกเรา ในกองบก. และในคณะที่ปรึกษาด้วย หากเราถูกทำร้าย ด้วยกฎหมายที่อาจจะไม่ใช่กฎแห่งประชาธิปไตย ไม่ใช่กฎเพื่อสิทธิเสรีภาพของคนไทย เพราะพวกเขาเองก็ไม่เคยเข้าใจว่ามันคืออะไร เขาไม่เคยรับรู้ว่า สิทธิในการแสดงความคิดความเห็นของมนุษย์ มีความ สำคัญมากเพียงใดด้วย


อนุสนธิ ที่ทำให้มีการแจ้งความต่อ กองปราบฯให้จับไทยเรดนิวส์นั้น ก็น่าจะเกิดจากการที่หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ได้กระทำการเขียน และเสนอด้วยจิตวิญญาณของประชาชนผู้รักประชาธิปไตย และต่อต้าน อำนาจเผด็จการ ต่อต้านพวกกบฏ มาตั้งแต่ต้น หนังสือพิมพ์เราออกครั้งแรกเมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๒ ก่อนชุมนุมใหญ่ที่ทำเนียบรัฐบาล
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ด้วยสาระในสื่อสิ่งพิมพ์ของเรา ต้านกบฎ ต้านเผด็จการ ดังนั้นพวกเผด็จการที่กุมอำนาจอยู่ จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะต้องกำจัดเราให้ได้ แต่เราก็ไม่เคยตีพิมพ์ข้อความอะไรที่จะเป็นการทำ ผิดกฎหมาย หรือให้ถูกฟ้องด้วยข้อหาหมิ่นประมาทได้ แต่สุดท้ายเขาก็อาจจะใช้วิธีกล่าวหานี้ (ว่าไม่จดแจ้ง) ที่ถือว่าน่าจะไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญด้วย โดยที่การกล่าวหาอาจจะเป็นเพียงการดำเนินการ ตามคำสั่งของอำนาจเผด็จการที่พยายามจะกำจัดเรา เพื่อไม่ให้ไปรบกวนเขาในการ ครองประเทศโดยไม่ชอบธรรม แต่เราพร้อมสู้เพื่อความถูกต้องเป็นธรรม
กล่าวถึงข้อกล่าวหา เนื้อเรื่องตามข่าวคือ เมื่อวันที่ ๑๙ ม.ค. ๕๒ ที่ นายธีระ สลักเพชร รมว. วัฒนธรรมฯ พรรค ปชป. ที่ดูแลกรมศิลปากร ที่มีนายเกรียงไกร สัมปัชชลิต เป็นอธิบดี มีหน้าที่กำกับดูแลสำนักหอสมุดแห่งชาติ ที่มีนางวิลาวัณย์ ทรัพย์พันแสน เป็นผู้อำนวยการ ได้ร่วมกันเป็นโจทย์ยื่นฟ้อง หนังสือพิมพ์ไทยเรดนิวส์ ต่อกองบังคับการปราบปราม เมื่อวันที่ ๑๔ ม.ค. ๕๒ เพื่อดำเนินคดี นายสมยศ พฤษาเกษมสุข บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา ด้วย ๒ ข้อหา คือ


 ๑) กระทำผิดต่อ พ.ร.บ. จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ว่าไม่จดแจ้งการพิมพ์ ตามมาตรา ๒๕  ที่ตราว่า “ผู้ใดออกหนังสือพิมพ์โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้รับจดแจ้งตามมาตรา ๑๑ ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน ๖ เดือน ปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” และ


๒) กระทำผิดต่อมาตรา ๙ ที่กำหนดว่า “ให้ผู้พิมพ์ ส่งสิ่งพิมพ์ ตามมาตรา ๘ จำนวน ๒ ฉบับให้กับหอสมุดแห่งชาติ ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันเผยแพร่ แต่หอสมุดฯไม่เคยได้รับนสพ.ฉบับนี้เลย” ตามข่าวรายงาน

หนังสือพิมพ์นี้ที่ชื่อเต็มว่า “วิวาทะ ฉบับ ไทยเรดนิวส์” ขอชี้แจงตามข้อกล่าวหาดังนี้คือ


๑)เจตนาการออกหนังสือพิมพ์นี้ ถือว่าออกเป็นสื่อ ที่การประกันด้วยหลักแห่งสิทธิเสรีภาพในการคิด การเขียนและการสื่อสาร ตามกฎบัตรสหประชาชาติและรัฐธรรมนูญของประชาชน หนังสือพิมพ์ฉบับเริ่มแรก ที่เราตีพิมพ์ ชื่อ “Red News” หรือ  “คนเสื้อแดง” ฉบับแรกพิมพ์ขาวดำ ออกครั้งแรก เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๒ ขนาดแท็บลอยด์ ๑๒ หน้า เป็นหนังสือพิมพ์เฉพาะกิจ ของกลุ่มคนเสื้อแดงเรียกร้องประชาธิปไตย เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารด้านสังคมการเมือง เพื่อสื่อสารในการต่อสู้ เรียกร้องประชาธิปไตย ของคนเสื้อแดงที่ร่วมชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล เพราะสื่ออื่นๆไม่เสนอข่าวสาร ตามความเป็นจริง ที่เห็นโดยกลุ่มคนที่เรียกร้องประชาธิปไตย โดยสงบและปราศจากอาวุธ


ต่อมาเมื่อรัฐบาลอำมาตย์ ได้สลายการชุมนุมเมื่อ ๑๔ เมษายน ๕๒ สื่อหนังสือพิมพ์เรา จึงต้องหยุดไปพร้อมกับทีวี  D-Station ที่ถูกปิดโดยเผด็จการ หลังจัดงานระดมทุนทำ นสพ.กันอีกเมื่อ ๒๓ พ.ค. ๕๒ ที่อิมพีเรียลลาดพร้าว ก่อนออก นสพ.ฉบับใหม่ เราได้ไปขอจดแจ้งตามกฎหมาย  ในชื่อนสพ.  “เรดนิวส์” หรือ  “ไทยเรดนิวส์” หรือ “คนเสื้อแดง” ฯลฯ แต่หอสมุดแห่งชาติไม่อนุญาตให้จดแจ้ง โดยให้เหตุผลว่ามีชื่อพ้องกับที่คนอื่นได้จองชื่อไว้แล้ว


ต่อมามีคนบางคนติดต่อเรา เพื่อขอเงินส่วยหลายแสนบาท เพื่อให้เราซื้อหัวหนังสือ ที่เขาจดแจ้งไว้ โดยไม่ได้ทำอะไร หอสมุดฯก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะไม่มีระเบียบอะไร ไม่มีคำแนะนำอะไรให้หอสมุดดำเนินการอะไรอย่างใด กับผู้ที่จดจองชื่อไว้เฉยๆอีกด้วย


โดยที่พวกเราไม่ยินดีจ่ายเงินส่วย ให้พวกหาประโยชน์มิชอบที่มาขอส่วยค่าหัวหนังสือพิมพ์ เพราะไม่ใช่วิสัยเรา เราจึงได้ใช้หัวหนังสือพิมพ์ชื่อ “วิวาทะ” ที่ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข เพื่อนร่วมงานเราได้ จดแจ้งตามกฎหมายไว้นานแล้ว จึงเป็นชื่อหนังสือนี้ตลอดมา โดยมีชื่อหนังสือพิมพ์เป็นทางการว่า  “วิวาทะ ฉบับ ไทยเรดนิวส์” ดังที่เห็น เช่นเดียวกับหลายๆฉบับในท้องตลาดในวันนี้  ที่มีทั้งชื่อรองชื่อหลัก  ด้วยเราต้องการทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย เราจึงใช้ชื่อหนังสือพิมพ์ว่า “วิวาทะ ฉบับไทยเรดนิวส์” มาตั้งแต่ต้น ตามที่ได้จดแจ้งไว้ และใช้มาจนบัดนี้  ขณะเดียวกัน เรากำลังเตรียมการเพื่อให้จดแจ้งชื่อใหม่นี้ให้ได้อีกด้วย จึงขอเรียนชี้แจงทุกท่านว่าเราจดแจ้งการพิมพ์แล้ว และพวกเราไม่ได้ทำผิดกฎหมาย มาตรา ๒๕ ตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด
การที่รัฐบาลให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไปแจ้งความที่กองปราบปราม โดยไม่มีการเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้านั้น  จึงน่าจะเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยหน้าที่ ของเจ้าพนักงานของรัฐ ตามกฎหมายอีกด้วย อาจจะเป็นการเข้าใจผิด หรือเป็นเพราะความไม่รู้ หรือเพราะนโยบายปราบสื่อประชาธิปไตย ของรัฐบาลเผด็จการ ด้วยสาระหนังสือเราต่อต้านอำนาจกบฎและเผด็จการนั่นเอง
เราจึงขอให้คำชี้แจงนี้ เป็นการชี้แจงต่อ จนท.กองปราบปราม ให้ได้รับทราบความจริงด้วย และให้รู้ด้วยว่าพวกเราไม่ใช่อาชญากร ที่ทำการก่อการร้ายต่อใคร ต่อสังคมใด ยกเว้นเจตนาเพื่อล้มล้างอำนาจเผด็จการอำมาตยาธิปไตย เท่านั้น จึงไม่ประสงค์ให้สื่อมวลชนเทียมฉบับใด ที่เป็นทาสเผด็จการ แสดงความสะใจหรือดีใจออกนอกหน้า ที่เราถูกแจ้งจับ โดยไม่ได้กระทำผิด ขอพวกเราสื่อมวลชนทั้งหลาย ได้ช่วยกันพัฒนาจิตใจและยกระดับจรรยาบรรณวิชาชีพของพวกเราด้วยเถิด


๒) ตามกฎหมาย มาตรา ๘ ที่ให้เรานำส่งหนังสือพิมพ์ จำนวนสองฉบับให้หอสมุดแห่งชาตินั้น ก็ไม่เคยมีการแจ้ง เตือนหรือติดต่อใดๆ  จากหอสมุดแห่งชาติ หรือจากใครมาก่อน ตามธรรมเนียมของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประโยชน์ของสาธารณะ อย่างตรงไปตรงมาเลย ทั้งๆที่เราไม่แน่ใจว่าท่าน ใช้มาตรฐานปฏิบัติต่อเรา เป็นมาตรฐานเดียว เช่นเดียวกับหนังสือพิมพ์ทุกฉบับหรือไม่ หอสมุดฯได้รับหนังสือพิมพ์ทุกฉบับที่ตีพิมพ์หรือไม่ อย่างไรก็ตามเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย หนังสือพิมพ์ “วิวาทะ ฉบับ ไทยเรดนิวส์”   ได้นำส่งหนังสือพิมพ์เราทุกฉบับ ให้หอสมุดแห่งชาติแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๒ ถือว่าเราได้ทำตามกฎหมาย ที่ถูกแจ้งกล่าวหาไว้ในข้อสองแล้ว หวังว่าจะไม่มีสองมาตรฐาน


แท้จริงแล้ว ข้อกล่าวหาของท่านนั้น เป็นไปตามกฎหมายใหม่ที่มีขึ้นทีหลังในยุคเผด็จการ ที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้รับผิดชอบสื่อสิ่งพิมพ์ เป็นหอสมุดแห่งชาติ ด้วยกฎหมายที่เกิดจากอำนาจเผด็จการ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่ผู้แต่งตั้งสมาชิกสภา คือพล อ.สนธิ บุณยรัตกลิน เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นแทนกฎหมายเดิม ที่กรมตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบมาก่อน ที่เราได้จดแจ้งไว้ จึงขอว่าท่านไม่ควรใช้กฎหมายนี้ย้อนหลังด้วย  เพราะผิดต่อหลักนิติธรรม และหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เราขอให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ได้เคารพสิทธิเสรีภาพของคน ตามหลักแห่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยด้วย


จึงเรียนมาเพื่อชี้แจงให้ท่านสมาชิก และท่านผู้อ่านไทยเรดนิวส์ทราบ และขอให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลรวมทั้งกองปราบปราบ ได้กรุณาทราบด้วย

                ด้วยจิตสำนึกรับผิดชอบต่อบ้านเมืองอย่างยิ่ง
                                                                       

                                              (ดร.วิบูลย์  แช่มชื่น)
                                                ผู้อำนวยการบริหาร
                                 หนังสือพิมพ์ “วิวาทะ ฉบับ ไทยเรดนิวส์”
วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๓

 

 

http://thairednews.com/thairednews.pdf 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Last Updated on Monday, 25 January 2010 17:55
 
Red News LIVE คริสมาสต์เรดแฟร์ สดจากสะพานข้ามแม่น้ำแคว PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Sunday, 18 October 2009 07:52
Last Updated on Friday, 25 December 2009 12:02
 
ไขปริศนา'แดง'แตกคอ! ใคร'แดงจริง-แดงเทียม' สู้'คนหน้าด้าน&ลักเพศ' รอเลือกตั้ง-เพื่อตบหน้า PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Thursday, 08 October 2009 06:34
ท่ามกลางกระแส “คนเสื้อแดง” กลับมาคึกคักอีกรอบหลังเกิดเหตุ “สงกรานต์เลือด” ทำให้ต้องหลบไปเลียแผล แต่เมื่อ “นายใหญ่” จากแดนไกลลงมาบัญชาการด้วยตัวเอง เล่นเอา “ลูกหาบ” หลายก๊ก-หลายก๊วน ต่างก็อยากจะเอาใจ “นาย” ด้วยการทุ่มทุนสร้างทั้งแรงกาย-แรงใจ...เพื่อออกหน้าต่อสู้...อย่างเต็มที่

ซึ่งจุดที่เห็นได้ชัดคือการทำ “สื่อแดง” ที่จะพบว่ามีหลากหลายเล่ม อาทิ นิตยสารมหาประชาชน ฉบับความจริงวันนี้ ที่มี “3 เกลอหัวขวด : วีระ มุสิกพงษ์-ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ-จตุพร พรหมพันธ์” นำทีม ซึ่งรับรู้กันว่าเป็นพวกฮาร์ดคอร์ “ปะ-ฉะ-ดะ” ทั้งลีลาและท่าทาง รวมไปถึงงานเขียนก็ไม่แพ้กัน

หรือ Voice of Taksin “เสียงของทักษิณ” ที่นำทีมโดย “สุธรรม แสงประทุม” สมาชิก บ้านเลขที่ 111 และคนเดือนตุลาฯเก่า ที่ออกมาแสดงบทบาทเหมือนไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของก๊วน 3 เกลอหัวขวด โดยดีเดย์ออกฉบับปฐมฤกษ์ วันแซยิดของ “นายใหญ่” 26 ก.ค.นี้ ที่โดนเม้าท์ไปทั่วว่า ก็อปปี้หน้าตามาจากนิตยสาร TIME

รวมไปถึง Northern Post ฉบับแนวร่วม RED สื่อหัวแดงฉบับใหม่ ที่ได้เพื่อนของ "เจ๊ปู-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" น้องสาวทักษิณ อย่าง "ดีเจนก-มหวรรณ กะวัง" มาเป็นหัวขบวนนำทีม พร้อมกับกองบก.ที่ล้วนแต่เคยเป็นศิษย์เก่า "ผู้จัดการ" ในยุคก่อนฟองสบู่แตก

ขณะที่ “ไทยเรดนิวส์” นั้น ออกเป็นนิตยสารแทบลอยด์รายสัปดาห์ โดย “วิบูลย์ แช่มชื่น” อดีตส.ว.กาฬสินธุ์ ที่จับมือกับ “สมยศ พฤกษาเกษมสุข” ด้วยการใช้วิธีระดมทุนขอการสนับสนุนจากส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้ซื้อโฆษณาขนาด ¼ หน้า หรือ ½ หน้า แล้วแต่ใครจะชอบ

กับการถูกวิจารณ์อย่างหนักว่า “แดงแตกคอ” จนทำให้ “นายใหญ่” ที่อยู่ต่างแดนถึงกับต้องบ่นข้ามประเทศว่า ขอให้แกนนำหลายก๊วนอย่าแตกคอ ดังนั้น “ไทยอินไซเดอร์” จึงนัดเปิดใจ วิบูลย์ แช่มชื่น” อดีตส.ว.กาฬสินธุ์ และหัวขบวนใหญ่ของ “ไทยเรดนิวส์” พร้อมกับเบื้องหน้า-เบื้องหลังของ “คนเสื้อแดง” และท่าทีในการปกป้อง “นายใหญ่” ว่าเท็จ-จริง...เป็นอย่างไร

Q : เป้าหมายการทำหนังสือพิมพ์ไทยเรดนิวส์ นอกจากเรื่องทางการเมือง มีนัยยะต้องการช่วยเหลือคุณทักษิณ (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) ด้วย

A : คุณทักษิณจะเป็นผู้โดยสารบนรถที่ชื่อว่า ‘ประชาธิปไตย’ ขบวน การที่ผ่านมา ต้องเข้าใจว่าผมเองเป็นคนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย คุณทักษิณก็เป็นเพียงหนึ่งในสมาชิกบนเส้นทางการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของ ไทย สิ่งที่ผ่านมาคือคนประชาธิปไตยถูกยึดอำนาจไป คนไทยไม่ว่าใคร มีหนึ่งเสียงเท่ากัน ที่กลุ่มคนเสื้อเหลืองบอกว่า ไม่ควรให้ไป เพราะพวกนั้นเป็นคนโง่ เป็นคนไม่มีการศึกษา เป็นคนที่ถูกซื้อ นักการเมืองก็โฉดชั่ว อยากได้อำนาจมาก็เอาเงินไปจ่าย แล้วก็ได้เป็นนักการเมือง แล้วทำไมไปรณรงค์เรื่อง 70-30 โดยบอกว่าเป็นการเมืองใหม่ เราบอกว่านั่นแหละคือการเมืองที่ฉ้อฉล การเมืองที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย ปรากฏว่าสื่อกระแสหลัก ผมต้องการสื่อสารให้รู้ว่าสิ่งที่คนรักประชาธิปไตยผิดหวังก็คือ สื่อจำนวนใหญ่ ไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเอง ในการสื่อสารความจริงให้ประชาชนรู้ คนไทยจำนวนเป็นร้อยเป็นล้าน ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่สื่อนำเสนออยู่ ในลักษณะที่เข้าข้างพวกยึดอำนาจ เข้าข้างพวกอำมาตย์ อำนาจของพวกเราไม่เกี่ยวกับ ‘สถาบัน’ แต่หมายถึงกลุ่มคนที่ไปอ้าง ‘เบื้องบน’ มีทั้งกลุ่มทหารบางกลุ่ม องคมนตรีบางคน มีการร่วมมือกับสื่อ และศาลบางคน ไม่ใช่ทุกคน

คนกลุ่มนี้ถ้าไล่ชื่อถูกหมด ได้หมด เพราะฉะนั้นวันนี้ ‘เบื้องบน’ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการทำตรงนี้ ผมเชื่อว่าคนบางคน แม้แต่คนนามสกุล ‘มาลาXX’ ก็ ไม่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เข้าวัง ไม่ให้เหยียบประตูวังด้วยซ้ำไป เพราะอย่างนั้นจะไปเกี่ยวข้อง มีการอ้างเอาอำนาจใดมาแอบอ้าง เพื่อทำการยึดอำนาจของประชาชนไปเป็นของคนกลุ่มนี้ เพราะฉะนั้นการต่อสู้ตรงนี้เป็นขบวนการ ที่กลายเป็นคนเสื้อแดงออกมา 77 ปีที่ผ่านมาปรากฏว่า ระบอบประชาธิปไตยยังไม่เกิดขึ้นจริง ใน 77 ปียังมีช่วงที่พอเป็นประชาธิปไตย ไม่เกิน 15-20 ปี นอกนั้น อีก 50 ปีเป็นเรื่องกลุ่มอำนาจ กลุ่มที่ว่านี้ยึดอยู่

ความเป็นมาของหนังสือ พิมพ์ไทยเรดนิวส์ ตอนคิดทำกัน ผมเป็นกรรมการมูลนิธิบ้านเลขที่ 111 ไทยรักไทย ก็เชิญคนมาจำนวนหนึ่ง มีทั้งอดีตนายกฯ คุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ คุณทักษิณ คุณวีระ มุสิกพงษ์  คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ  คุณจตุพร พรหมพันธุ์ (3 แกนนำนปช.) มีกลุ่มคนไทยรักไทยที่ต่อสู้ด้วยกันมา มาเป็นที่ปรึกษา โดยมีทีมงานมาร่วมกันทำ ร่วมกันเขียน มีผมรับเป็นบรรณาธิการจำเป็น ว่าเราต้องออกหนังสือพิมพ์นี้มาให้ได้ เพราะสื่อไม่เสนอข่าวคนเสื้อแดง มันเกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดในบ้านเมืองไทย คนมาชุมนุมกัน 5 แสน ไม่มีใครถ่ายภาพไปลงข่าว ขึ้นหน้าหนึ่งหรือขึ้นหน้าไหนไม่มี คนที่เสียชีวิตถูกรถชนคนหนึ่งยังเป็นข่าว นี่คนมาเรียกร้องประชาธิปไตยเป็น 5 แสน 8 แสน ไม่มีการเสนอข่าว อะไรเกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้ เป็นเรื่องที่ไม่มีใครเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในบ้านเรา เมื่อเป็นอย่างนี้กลุ่มคนที่คิดกันเรื่องนี้ จึงบอกว่ามาทำสื่อกันดีมั๊ย เราหาเงินกัน สุดท้ายบอกว่ามีใครจะให้เงินหรือเปล่า เราก็คิดอยู่ คิดไปคิดว่าไม่ต้องก็ได้ เพราะการเป็นอิสระ บางทีมันต้องเป็นตัวของตัวเอง ไม่ปฏิเสธที่ใครจะให้เงิน แต่วันนี้ยังไม่มีใครให้ เราเลยจัดงานชุมนุมคนเสื้อแดงขึ้น บอกว่าเราจะทำสื่อของประชาชน คนมาลงขันกันได้ประมาณ 2 ล้านกว่าบาท ซึ่งไม่พอ แต่คนที่มาทำเป็นอาสาสมัครหมด ผมมาทำงานไม่ได้ตั้งเงินเดือนให้ตัวเองด้วยซ้ำไป เป็นเรื่องที่ถือว่าจะทำงานเพื่ออุดมการณ์ประชาธิปไตย  

ผมเชื่อว่า ระบบการเมืองการปกครอง คือปัจจัยพื้นฐานในความเจริญก้าวหน้าของสังคม ของเราเป็นระบบกดขี่ไว้ห้ามแหลม ห้ามเก่งห้ามโผล่หน้าขึ้นมาทัดเทียมข้าพเจ้า ถ้าทัดเทียมเมื่อไหร่ตัดคอมัน จะถูกไล่หนีเมื่อนั้น วันนี้คุณทักษิณถูกไล่หนีไปอยู่ต่างประเทศ คุณทักษิณทำดีมั๊ย ผมก็ว่าใช้ได้ ทำเลวมั๊ยผมก็ว่าไม่มีอะไรเลวมากมายเท่าไหร่ ความผิดที่หาจากเขา ก็หาไม่ค่อยได้

Q : การเปิดตัวของไทยเรดนิวส์ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะสื่อหลักไม่เสนอข่าวเสื้อแดง แต่มีสาเหตุมาจากความต้องการตอบโต้ทางการเมืองกับคุณสนธิ (สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย) ที่มีสื่อเป็นเครื่องมือเหมือนกัน

A : ผมไม่ต้องการไปตอบโต้เขา ผมไม่สนใจว่าจะเสนอยังไง แต่ขึ้นอยู่กับประชาชน อยู่กับคนบริโภค ถ้าวันหนึ่งคนอ่านหนังสือพิมพ์ไทยเรดนิวส์ของผม หรือของ ‘ความจริงวันนี้’ หรือ ของใครต่อใครก็ตาม ผมไม่ได้มายด์ว่าสิ่งเหล่านั้นคือสิ่งไม่ดี ที่ต้องมาแข่งขันกันเอง คุณจะออกมาเท่าไหร่ออกมาเถอะ แต่ขอให้คุณอยู่สายประชาธิปไตย จะมีสัก 5 ฉบับ 10 ฉบับ 20 ฉบับ เชิญ... ทำไมยังมีไทยรัฐ เดลินิวส์ แนวหน้า มติชน ยังมีหลากหลาย ไม่จำเป็นต้องเป็นหนังสือพิมพ์สีแดง แต่หนังสือพิมพ์สีแดงเป็นหนังสือพิมพ์เพื่อประชาธิปไตย

Q : จุดประสงค์หลักของไทยเรดนิวส์ นอกเหนือจากเรื่องของประชาธิปไตย ต้องการสื่อให้ประชาชนรู้ถึงอะไร
A : ความจริงในบ้านเมือง ผมยังชอบชื่อของ ‘ความจริงวันนี้’ อยู่ ถ้าผมใช้ชื่อได้ ผมยังอยากใช้ชื่อของเขาเลย แล้วผมก็ไม่อยากให้คุณวีระออกหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น ผมเคยชวนคุณวีระมา เขาเรียก ‘นายหัว’ กันแถวนั้น ซึ่งผมก็ไม่รู้ทำไมไปเรียกแกว่าอย่างนั้น ทำให้แกหลงตัวเองได้นะ การเรียก ‘นายหัว’ บาง ที อาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่ เรียกคุณวีระก็ได้เพื่อความเป็นประชาธิปไตย สังคมไทยก็เป็นอย่างนี้พออยากยกย่องใคร ก็ไปทำอย่างนั้น ผมกลัวคุณวีระจะเหลิง ผมเคยชวนคุณวีระมาทำไทยเรดนิวส์ ฉบับแรกที่ผมทำ ผมก็บอกคุณวีระ เนี่ยมันมีค่าใช้จ่าย ช่วยกันดีมั๊ย แล้วก็มาทำสื่อ เราขาดสื่อ คุณวีระบอกเห็นด้วย อ้าว...ตอนหลัง พูดง่ายๆ ผมไม่ได้รับการพูดคุย การปรึกษาที่เขาไปออก ‘ความจริงวันนี้’ มันคงคล้ายๆกับเนชั่นสมัยก่อน ที่ไปออกหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ก็คือรายการทีวีที่ติดตลาด จึงออกเป็นหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ซึ่งก็คงคิดว่าคล้ายกัน นี่ทำตลาดได้นะ อาจเป็นเพราะคิดว่าความจริงวันนี้ทำตลาดได้ ชื่อมีขาย แต่ผมไม่ได้คิดอย่างนั้น

แต่วันนี้ถ้าคุณวีระคิดว่าเนื้อหาสาระที่ นำเสนอมันติดตาต้องใจประชาชนอ่าน อยู่ในทิศทางการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ความจริงวันนี้ขายไปเถอะ จะขายได้มากก็ยินดีด้วย แต่ถ้าถึงวันนึงที่มีประชาธิปไตยในเนื้อหาของ ‘ความจริงวันนี้’ ผมคิดว่าไทยเรดนิวส์เราหยุดก็ได้ไม่เป็นไร ถ้าคนทุกคนในประเทศอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกัน และเป็นหนังสือพิมพ์ของประชาธิปไตย วันนึงไม่มีทุนทำ ผมก็จะเลิก ไม่เห็นเป็นไร ผมไม่ได้เป็นหนี้ใคร

Q : จะมองได้ว่าแดงไม่มีเอกภาพพอ เพราะต่างคนต่าง...
(ยังถามไม่จบ)
A : (ตอบทันที) อ๋อ... มันเป็นมานานแล้วนี่ คุณจะเอาใครมานำแดงคนเดียวหรือไง จะให้คุณทักษิณสั่งคนเดียวหรือไง วันนี้ถ้านำคนเดียวจะเป็นปัญหา เดี๋ยวก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นเผด็จการประชาธิปไตย ว่าคุณมีคนๆเดียวเป็นพระเจ้าอยู่ สั่งการอยู่ ถ้าคนๆนั้นไม่พูด คุณไม่ทำอะไร แต่ถ้าวันนี้คุณคิดถูก คิดดี ทำไป

Q : เหมือนแบ่งงานกันทำ

A : แบ่งงานกันทำ กระจายกันไป ผมถึงชอบคำว่า ‘แดงทั้งแผ่นดิน’ ถ้าแดงทั้งแผ่นดินไม่ต้องมีใครสั่งคนหนึ่งคนใด ถ้าคนเข้าใจว่าประชาธิปไตยคืออะไร ตัวเองบทบาทควรจะเป็นอย่างไร จะทำอย่างไร อยู่ในกรอบที่ว่าหรือไม่ ผมถึงเปิดคอลัมน์หนึ่งที่ชื่อว่า ‘โรงเรียนประชาธิปไตย’ หรือ โรงเรียนการเมืองขึ้นมาในไทยเรดนิวส์ เพื่อสื่อให้รู้ว่านี่คือระบอบที่เราต้องการกัน และจะรู้ว่าเราไม่ได้ไปต่อต้านสถาบันใดๆ เราต้องการคงสถาบันพระมหากษัตริย์ในประเทศไทยไว้ มันเป็นสิ่งหนึ่งที่ประเทศอื่นเขาไม่มี แต่ว่าเนื้อในตรงนั้นต้องเป็นประชาธิปไตย อย่าให้กลุ่มพวกอำมาตย์ ที่มีข้าราชการ ศาล กลุ่มทหาร มีกลุ่มคนที่ทำมาหากินกับตรงนี้มายุ่ง อะไรก็ตามที่เป็นอำนาจของคนกลุ่มน้อย เราเรียกว่าเผด็จการ แต่ตอนหลังมาใช้คำว่า ‘อำมาตยาธิปไตย’ ซึ่งความจริงเป็น เรื่องเดียวกัน เพียงแต่อำมาตยาธิปไตยมันกินความกว้างกว่า แต่เผด็จการมักมองที่ทหารกลุ่มเดียว กลุ่มสีเขียว แต่วันนี้มันไปกินหมด ไล่ไปถึงสีเหลืองด้วย

Q : แต่การทำงานของเสื้อแดงบางทีมันขัดแย้งกันเอง มองไม่เป็นเอกภาพ  เช่นการจัดงานบางงาน ที่บางกลุ่มไม่มาร่วม และไปให้ข่าวอีกทิศทางหนึ่ง
A : ถามว่าเขาจัดงานจริงๆ เพื่ออะไร คุณเป็นสื่อลองไปดูว่า คนที่เขาจัดงาน เขาจัดจริงๆ เพื่ออะไร ถ้าผมจัดงานเพื่อระดมทุนมาทำหนังสือพิมพ์ ผมประกาศเพื่อในการนั้น แต่คนจัดงานเพื่อไปรับบริจาคแล้วเอาเงินมาแบ่งกัน คุณอย่าไปคิดว่าพวกนั้นมีจิตใจเพื่อเสื้อแดงเลย เพราะฉะนั้นผู้นำเสื้อแดงจะไม่คิดเพื่อการอย่างนั้น ถ้าเป็นแดงแท้นะ ถ้าอย่างนั้นเป็นแดงเทียมแล้ว เป็นการใช้คนเสื้อแดงเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง ถ้าอย่างนั้นต้องไปแยกแยะ ถ้าสมมติว่าแดงกลุ่มหนึ่งไม่ไปร่วมงาน บางทีเขาอาจจะคิดอย่างนั้น แต่อยากจะไปต่อว่ากันมั๊ย ไม่อยาก เฉยๆ เพราะฉะนั้นไม่ได้แปลว่าไปช่วงชิงการนำเลย ไม่ใช่

Q : แล้วประชาชนตรงกลางจะรู้ได้ยังไงว่า ใครคือแดงจริง-แดงเทียม

A : เป็นคำถามที่ดีว่า ‘ประชาชนเขาจะรู้ได้ยังไง’ ถ้า บอกว่าแกนนำที่เขาเชิญไม่ไปร่วมงาน บางทีที่ไม่ไป เขาอาจจะมองว่าไปแห่แหนตามกัน โดยที่ไม่รู้เขากำลังทำอะไรอยู่ บางทีผมก็วิจารณ์ได้ การจัดงานชุมนุมเนี่ย ชุมนุมเพื่ออะไร ชุมนุมเพื่อพูดอย่างเดียวใช่มั๊ย พูดปาวๆๆ แล้วจบๆๆ ใช่มั๊ย ผมถามดูแล้วจุดชนะอยู่ตรงไหน ยุทธศาสตร์การชนะอยู่ตรงไหน ประชาธิปไตยเราจะได้เมื่อไหร่ ถ้าคุณไม่ชี้ไปที่รัฐธรรมนูญนะ คุณไม่ชี้ไปที่การยุบสภาเพื่อการเลือกตั้งนะ บางทีแปลว่าคุณไม่ได้คิดหรอก คุณจัดงานหาเงินเฉยๆ อันนี้ผมไม่ได้ต่อว่าใคร

Q : ไม่กลัวหรือว่า การออกมาวิจารณ์จะถูกโจมตีว่าต้องการทำตัวให้เด่น
A : ผมทำตัวอะไรเด่น ผมอยู่เงียบๆ ผมไม่เห็นไปพูดที่ไหน ถ้าคุณไม่มา ผมจะไปพูดที่ไหน ผมก็มีแต่เขียน คุณก็อ่านซิ บทคอลัมน์บรรณาธิการ ข่าวผม ผมเขียนชัดเจน ผมไม่ได้คิดอยากเด่น อยากดัง ไม่ได้สนใจตรงนั้น เป็นส.ว.มาแล้ว เป็นคนทำบ้านเมืองก็ทำมาแล้ว ผมไม่เห็นว่าจะต้องไปขอเป็นเบอร์หนึ่งที่ไหน ยังไงเลย

Q : มีการมองกันว่าการออกมาแย่งกันทำงาน เพื่อให้เข้าตาคุณทักษิณ
A : จะไปเกี่ยวอะไรตรงนั้น คนเข้าใจอย่าไปมองลบ คน ไทยมักจะไปมองคนในแง่ลบ ผมบอกว่าเรากำลังรำคาญในการนำเสนอข่าวสารบ้านเมือง มันไม่มีการนำเสนอในลักษณะที่เป็นประชาธิปไตย เพราะอะไรผมเข้าใจนะ ว่าสื่อทั้งหลายได้บำเหน็จรางวัล จากคนที่ยึดอำนาจไปเมื่อ 19 ก.ย. 2549 ถูกตั้งไปเป็นสำนักงาน ส.ส. ส.ว.สภานิติบัญญัติแห่งชาติ คุณไปดูซิ ชื่ออะไรบ้างในนั้น มันจะมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ที่ไปยึดอิงอยู่ตรงนั้น แล้วตอนหลังก็ไปยึดสถานีโทรทัศน์มาไง อยู่ในนั้นกันหมดแหล่ะ แล้วก็ไปพยายามกดขี่ อะไรที่เคยเป็นของคุณทักษิณ นี่ยกตัวอย่าง

ผม ไม่เคยคิดว่าคุณทักษิณเป็นคนเลวร้ายถึงขั้นต้องเอาตัวเองมาเพื่อแสวงหาผล ประโยชน์ แสวงหาอำนาจ สิ่งที่ทำมาทำให้เป็นที่หมั่นไส้ก็พอเข้าใจได้ว่า มันเป็นการต่อสู้กระหว่างกลุ่ม ระหว่างคน อาจมีผิดมีถูก วันนี้เจ้าตัวก็อาจรับรู้รับทราบกัน แล้วบังเอิญเกิดยุบสภาซะก่อน ไปซะก่อน ถามว่าเขาได้รับความเป็นธรรมมั๊ยคุณ ทักษิณ ก็ไม่ ปัญหาเมืองไทยวันนี้คือความไม่เป็นธรรมในสังคม กฎหมายไม่ใช่กฎหมาย เป็นกฎที่ใครเขียนมาก็ไม่รู้ ไม่ใช่ให้คุณสนธิ บุญยรัตกลิน (อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ) กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่เขาตั้งมาเขียนกฎหมาย แล้วมายุบพรรคการเมืองต่างๆ มาตัดสิทธิ์ต่างๆ พวกนี้ทำไม่ได้ สังคมประชาธิปไตยทำอย่างนี้ไม่ได้ อันนี้คือโจรมายึดบ้าน แล้วไล่เจ้าของบ้านออก แล้วมาเขียนกติกาบอกว่ากูจะบริหารบ้านเมืองนี้ โดยกฎของกู แล้วพวกคุณที่เป็นเจ้าของบ้านออกไป เพราะฉะนั้นลักษณะบ้านเมืองไทยขณะนี้ยังเป็นอย่างนี้อยู่ ความจริง การถวายฎีกาต้องถวายเรื่องนี้ ว่าบ้านเมืองกำลังอยู่ในภาวะไม่เป็นธรรม ไม่ถูกต้อง แต่ว่าจะถวายฎีกาเรื่องอะไรก็ได้ทั้งหมด เป็นความทุกข์ของราษฎร ใครก็ตามจะเป็นนาย ก. นาย ข. ลูกไม่มีโรงพยาบาลเข้า ไม่มีโรงเรียนเรียน ก็ยังสามารถถวายฎีการ้องทุกข์ได้ เพราะฉะนั้นอย่าไปกล่าวหาว่าการถวายฎีการ้องทุกข์เป็นเรื่องมิบังควร การไปพูดอย่างนั้นแปลว่ายังไม่เข้าใจว่า ตัวเองกำลังผูกขาดความจงรักภักดีไว้แต่เพียงผู้เดียว อย่าไปคิดว่าระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท หรืออะไรมันไม่ใช่ เป็นเรื่องทุกคนที่เป็นคนไทย พสกนิกรมีสิทธิ์

Q : ผลพวงจากปฏิวัติ เขียนกฎหมายเพื่อจัดการคุณทักษิณ ภาพที่เสื้อแดงออกมาขณะนี้ จึงสลัดไม่หลุดว่าทำเพื่อคุณทักษิณ
A : ถ้าเขาจะทำแล้วคุณทักษิณได้ประโยชน์ มันเสียหายอะไร ผมไม่เห็นว่าจะเสียหายอะไร คุณทักษิณเป็นคนไทยหรือเปล่า คุณเป็นคนไทยหรือเปล่า ถ้าบ้านเมืองนี้เป็นประชาธิปไตย คุณได้ประโยชน์หรือเปล่า คุณทักษิณได้ประโยชน์หรือเปล่า ถ้าได้ก็คือดี ถ้าคนไม่ได้รับความเป็นธรรมคือเสีย ถ้าคุณทักษิณจะได้ ผมก็คิดว่าคุณทักษิณควรจะได้ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าใครก็ตามที่รังเกียจคุณทักษิณแล้วบอกว่าพวกนี้กำลัง ต่อสู้เพื่อคุณทักษิณเลยทำให้เป็นที่น่ารังเกียจ เพราะเขาไม่ชอบคุณทักษิณ   

Q : จุดที่เสื้อแดงจะไปด้วยกันคือเรื่องประชาธิปไตย แต่การทำงานของเสื้อแดงยังดู...
(ยังถามไม่จบ)
A : (ตอบทันที) เอา ละ คุณมองถูก ผมก็มองเหมือนคุณ ว่าขณะนี้เรากำลังจะสัมมนา จะประสานกันได้อย่างไร มีผู้หลักผู้ใหญ่หลายคนที่มีความคิดไม่แตกต่างจากคุณ ที่พูดถึงว่าทำอย่างไร ความคิดที่กระจัดกระจายมันควรจะมารวมสัมมนา-เสวนากัน เพื่อให้เป็นทิศทางออกไป แต่ก็มองได้อีกมุมว่า อย่างนี้ปล่อยให้คนได้โตเอง ให้คิดเอง ลองผิดลองถูกเอง ถ้าวันใดวันนึงมีคุณทักษิณมานั่งอยู่วันนี้ คุณทักษิณพูด คนก็ว่าตามกันทั้งหมด ก็จะเกิดเอกภาพในเชิงที่คุณถามหาอยู่ ถามว่าดีมั๊ย ก็มีดีและไม่ดี วันนึงถ้าคุณทักษิณไม่พูด แปลว่าผู้นำยังไม่พูด ก็หยุดเฉยๆอยู่ โดยไม่คิดทำอะไร เหมือนระบบราชการที่เป็นอยู่ ข้อเสียของระบบราชการไทยคือ การที่คนเป็นนายระดับสูง ซีเท่าไหร่ก็ตาม จะไม่คิดจนกว่าจะรอนายสั่ง เพราะถ้าวันใดเขาคิด แล้วมันไปขัดกับความคิดของนายละก็ เขาจะถูกบอนไซ ไม่เจริญเติบโต ลักษณะอย่างนั้นคือระบอบเผด็จการ

Q : จะปล่อยให้เสื้อแดงต่างคนต่างเติบโต ลองผิดลองถูก ถึงเมื่อไหร่จึงจะถึงจุดที่ควรรวมกัน บางคนโตไว บางคนโตช้า บางคนโตผิด

A : ต้องชื่นชมอยู่เรื่องนึง อาจจะต้องขอบคุณพวกยึดอำนาจอยู่เรื่องนึง คือการทำให้คนไทยใส่เสื้อแดงวันนี้ เข้าใจว่าประชาธิปไตยคืออะไร ประชาธิปไตยกินได้อย่างไร ประชาธิปไตยเกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่เขาอย่างไร วันนี้ภายใต้การบริหารของรัฐบาลอภิสิทธิ์ (อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี) ผมก็ไม่รู้ว่าเขาชื่นชมยินดีอยู่มากน้อยแค่ไหน แต่ผมเชื่อว่าวันนี้ประชาชนรู้เอง นี่คือการลองผิดลองถูกที่ดีวันนึง ผมยังเชื่อนะว่าถ้ายุบสภาในวันนี้ วันพรุ่งนี้ คุณอภิสิทธิ์คงไม่ได้เป็นนายกฯ ถ้ามีการเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ถ้ากกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) ทำหน้าที่ของเขาอย่างดี ถ้าไม่มีอำนาจฉ้อฉล แต่มีอำนาจที่เป็นธรรม ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริง วันนี้รัฐบาลอภิสิทธิ์จะไม่ได้ปกครองบ้านเมือง อันนี้เป็นความเชื่อผม เพราะฉะนั้นต้องบอกให้รู้ว่านี่คือ คุณูปการที่เกิดขึ้นจากสิ่งที่เราเสียไปในช่วงเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา ผมหวังว่าบ้านเมืองมันไม่กลับไปอีก แต่ผมก็ยังคิดถามคำถามอีกว่าพวกอำมาตยาธิปไตย พวกเผด็จการนี่ เขาวางแผนที่จะใช้ไม้ไหนอีก นอกจากปืน รถถัง ลูกปืนมาฆ่าประชาชน ว่าถ้ามึงหือขึ้นมาเมื่อไหร่กูก็ฆ่ามึงทิ้ง ถ้าเขายังทำอย่างนั้นอยู่จะมีคนตายไม่ต่ำกว่า 2 แสน 5 แสน หรือล้าน ถ้าวันนี้คนตระหนักว่าประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่เขาต้องการ กลัวตายมั๊ย เป็นธรรมชาติของคน

Q : ไม่กลัวหรือว่า ถ้าปล่อยให้เติบโตกันไปเองอย่างนี้ จะแตกแยกกันเองมากขึ้น

A : มัน จะแตกไปไหน เป็นประชาธิปไตย แต่คุณต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายยังไง ปัญหาคือต่อสู้เพื่ออะไร เพื่อกฎหมายที่เป็นกฎหมาย กฎหมายที่เป็นธรรม ถ้าคุณอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายที่มันเป็นธรรมคุณไม่ต้องห่วงอะไร แต่ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคุณอย่าเบี้ยวนะ อย่าให้เหมือนนายพลบางคนที่ไปขึ้นเวทีพันธมิตรฯ

Q : การทำประเทศเป็นประชาธิปไตยตามที่เสื้อแดงเดินหน้าอยู่ นอกเหนือจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังมีทางอื่นอีกหรือไม่
A : ที่ผมมาเหนื่อยเขียนบทความ คุณดูจดหมายที่ส่งมา (ยกจดหมายให้ดู) คนแสดงความชื่นชมยินดี ผมดีใจที่คนเขาอ่าน ดีใจที่คนอ่านคนหนึ่ง เขาต้องขยายไปอีกไม่ต่ำกว่า 10-20 คน ผมออกหนังสือมาอีกสัก 3 ปี ผมนอนตายตาหลับแล้ว ผมนี่ช่วยสร้างประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในแผ่นดินนี้ ถ้าคนเข้าใจอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่กำลังสื่อสารกันอยู่ ผมพอใจแล้ว แต่ถ้าวันนึงเรามีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ผมจะต่อสู้เพื่อการนั้นด้วย ผมอยู่ในกระบวนการเพื่อการนั้น อันนี้ผมเป็นผู้นำมั๊ย ผมไม่ถือว่าผมเป็นผู้นำ ผมคือผู้เรียกร้องคนหนึ่ง เรียกร้องคนเดียวผมสำเร็จมั๊ย...ไม่ ผมต้องมีคุณมาเรียกร้องกับผมด้วย ผมต้องมี ‘ปู่สี-ยายสา-ป้ามี’ มาร่วมต่อสู้กับผมด้วยทุกคน ไม่ว่าคุณจะจบด็อกเตอร์ จบประถม ขอให้คุณตระหนักว่าสิ่งที่เราต่อสู้เพื่ออำนาจของพวกเราเอง ไม่ได้ต่อสูเพื่อคนอื่น ถ้าตระหนักตรงนี้ รู้แล้วนี่ มันจะเริ่มต้นจากกติกาเป็นของเรา แล้วเราต้องหวงตรงนั้น อย่าให้ใครมาฉีกรัฐธรรมนูญ ถ้าคุณไม่เริ่มจากกติการ่วมกันคุณจะเอาอะไรมาเป็นหลัก มันต้องมีไง แต่สิ่งที่ต้องมาก่อนคือจิตใจ ความเข้าใจ

Q : แต่เสื้อแดงบางส่วน ก็มีความคิด แนวทางเป็นของตัวเองเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ โดยอาจเล่นใต้ดิน ใช้ความรุนแรงเครื่องมือ
A : สำเร็จคืออะไร เขาอยากได้อะไรของเขา ถ้าเขาเป็นใหญ่เขาก็เป็นเผด็จการ ถ้าเขามีอำนาจแค่คน สองคน สามคนเค้า ถ้าประชาชนคนอื่นไม่มีอำนาจด้วย คิดว่าถูกเหรอ...ไม่ถูก อำนาจต้องเป็นของทุกคน ไม่ใช่ว่าคุณไปอยู่เหนือคนอื่นเค้า อย่าไปแสดงตัวว่าเลอเลิศกว่าคนอื่น อย่าคิดว่าคนอื่นเขาคิดไม่เป็นเหมือนคุณ อย่าเป็นเพียงประชาธิปไตยของกูคนเดียว ข้าพเจ้าคนเดียว ไม่ใช่ ต้องเป็นประชาธิปไตยของทุกคน เพราะฉะนั้นหลักการตรงนี้เนี่ย ถ้าคนคิดต่างจากผม ได้ไหม...ได้ และผมยินดีมั๊ย...ยินดี แต่คุณต้องอยู่ในกรอบของประชาธิปไตย อย่าคิดว่าประชาธิปไตยของคุณนะ แต่ต้องเป็นประชาธิปไตยของทุกคน กำหนดด้วยอะไร กำหนดด้วยกติกา

ประชาธิปไตย คือระบอบอำนาจที่เป็นของส่วนรวม ของปวงชนด้วยกัน แต่วันใดที่อำนาจนั้นเป็นของคนกลุ่มน้อยๆ ให้ถือว่านั่นอยู่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่เราเรียกร้องอยู่ ไม่ว่าคนกลุ่มนั้นจะเป็นร้อยคน พันคน หรือคนๆเดียว ให้ถือว่าเป็นอำนาจเผด็จการ เป็นระบอบอำมาตย์ที่เราเรียกอยู่ขณะนี้ ก็คืออันเดียวกับเผด็จการ แต่เผด็จการมันกินความแคบกว่า อำมาตย์กินความกว้างกว่า แต่เราไม่ได้หมายถึงอำมาตย์เนี่ย ไม่ได้แปลว่าไม่ประสงค์ให้ ‘พระเจ้าอยู่หัว’ มีคนรับใช้อะไรต่างๆ ไม่ใช่นะ คุณว่าตามรัฐธรรมนูญ คุณเป็นองคมนตรี คุณทำหน้าที่ตามฐานะองคมนตรีสิ เป็นที่ปรึกษา ‘พระเจ้าอยู่หัว’ ก็ ทำหน้าที่ตรงนั้นไป อย่ามายุ่งเกี่ยวกับรัฐบาล อย่ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ที่เป็นการเลือกตั้งมาจากประชาชน แต่ที่มันบิดเบี้ยวทุกวันนี้เพราะอะไร ก็เพราะทุกคนไม่ได้ทำตามสิ่งที่พูด ทุกคนจะเป็นกฎของกู กูเป็นใหญ่ กูรู้ดีที่สุด กูใหญ่สุด กูจะต้องอยู่บ้านตรงนี้ ถึงเวลากูก็ไม่ไป น้ำไฟกูก็ไม่ต้องจ่าย เงินกูก็ได้ สบายแล้วนี่ เมื่อสบายแล้วก็รักษาความสบายของตัวเอง แต่ลืมคิดถึงประชาชนเขาคิดอย่างไร

 

Last Updated on Thursday, 08 October 2009 06:47
 
ตำรวจยืนยัน ความเคลื่อนไหวที่สนามหลวง PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Thursday, 08 October 2009 05:56
(ไทยเรดนิวส์ 7 ตุลาคม 23.31น.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจชนะสงคราม ยืนยันเหตุการณ์ที่สนามหลวงยังอยู่ในภาวะปกติ ไม่มีความเคลื่อนไหวใดที่ผิดปกติและเหตุการณ์อยู่ในความสงบ โดยไม่มีการปะทะกันระหว่างกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและกลุ่มแนว ร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ตามที่เกิดกระแสข่าวทางอินเตอร์เน็ท โดยมีผู้โทรศัพท์สอบถามมาเป็นจำนวนมาก ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองปฏิเสธรายงานดังกล่าว

ทั้งนี้ประชาชน บางส่วนให้ความเห็นว่า ควรระวังแผนลวงให้กลุ่มคนเสื้อแดงออกไปรวมตัวในยามวิกาลและเกิดการปะทะกับ กลุ่มพันธมิตรฯที่ชุมนุมภายในหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพื่อให้เกิดเงื่อนไขในการสร้างสถานการณ์ จึงวอนประชาชนตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน
 
<< Start < Prev 1 2 3 4 Next > End >>

Page 1 of 4